วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ความหมายของโปรแกรมคอมพิวเตอร์


      โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หมายถึง คำสั่งหรือชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นมาเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการเราจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรก็เขียนเป็นคำสั่งซึ่งต้องสั่งเป็นขั้นตอนและแต่ละขั้นตอนต้องทำอย่างละเอียดและครบถ้วนซึ่งจะเกิดเป็นงานชิ้นหนึ่งขึ้นมามีชื่อเรียกว่า"โปรแกรม"ซอฟต์แวร์จะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ

1.1 ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)
1.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)


ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์


1. โปรแกรมระบบปฏิบัติการหรือโอเอส


    ระบบปฏิบัติการหรือเรียกสั้นๆ ว่า OS เป็นโปรแกรมควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ ทำ หน้าที่ควบคุมการทำงานต่างๆ เช่น การแสดงผลข้อมูล การติดต่อกับผู้ใช้โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ระหว่างผู้ใช้กับเครื่องให้สามารถสื่อสารกันได้ควบคุมและจัดแบ่งทรัพยากรให้กับโปรแกรมต่างๆตัวอย่างโปรแกรมโอเอสยอดนิยมในปัจจุบันเช่น Windows XP, Windows Vista

2. โปรแกรมประยุกต์ Application


       โปรแกรมโอเอสมีหน้าที่หลักๆ ก็คือเป็นตัวควบคุมให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ แต่ถ้าต้องการทำ อะไรต่อมิอะไรมากไปกว่านั้น ก็ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริมที่ทำงานเฉพาะด้านลงไป เช่น ต้องการดูหนัง ก็ต้อง ลงโปรแกรมดูหนัง ต้องการฟังเพลง MP3 ก็ต้องลงโปรแกรม Winamp เป็นต้น

ตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์


1.skype โปรแกรม VOIP สามารถแชตและวีดีโอแชตสนทนาเห็นหน้าได้ รองรับทั้ง Windows Mac Linux รวมทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตบนระบบปฏิบัติการ Symbian ,windowsphone , iOS และ Androi


Image result for skype


2.dropbox โปรแกรมสำหรับฝากไฟล์ไปยังเนื้อที่ออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต รองรับทั้ง Notebook , smartphone และ tablet 


Image result for dropbox 


3.Avast! โปรแกรมฟรี Antivirus ยอดนิยม


Image result for Avast!


วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ใบงานที่ 1

ภาษาซี (C Programming Language)

      คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ใช้สำหรับพัฒนาโปรแกรมทั่วไป ถูกพัฒนาครั้งแรกเพื่อใช้เป็นภาษาสำหรับพัฒนาระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ ( Unix Operating System) แทนภาษาแอสเซมบลี ซึ่งเป็นภาษาระดับต่ำที่สามารถกระทำในระบบฮาร์ดแวร์ได้ด้วยความรวดเร็ว แต่จุดอ่อนของภาษาแอซเซมบลีก็คือความยุ่งยากในการโปรแกรม ความเป็นเฉพาะตัว และความแตกต่างกันไปในแต่ละเครื่อง เดนนิส ริตชี (Dennis Ritchie) จึงได้คิดค้นพัฒนาภาษาใหม่นี้ขึ้นมาเมื่อประมาณต้นปี ค.ศ. 1970 โดยการรวบรวมเอาจุดเด่นของแต่ละภาษาระดับสูงผนวกเข้ากับภาษาระดับต่ำ เรียกชื่อว่า ภาษาซี


โครงสร้างของโปรแกรมภาษาซี และตัวอย่าง

      โปรแกรมในภาษาซีทุกโปรแกรมจะประกอบด้วยฟังก์ชันอย่างน้อย หนึ่งฟังก์ชัน คือ ฟังก์ชัน main โดยโปรแกรมภาษาซีจะเริ่มทำงานที่ฟังก์ชัน main ก่อน ในแต่ละฟังก์ชันจะประกอบด้วย

1. Function Heading ประกอบด้วยชื่อฟังก์ชัน และอาจมีรายการของ argument (บางคนเรียก parameter) อยู่ในวงเล็บ

2. Variable Declaration ส่วนประกาศตัวแปร สำหรับภาษาซี ตัวแปรหรือค่าคงที่ทุกตัว ที่ใช้ในโปรแกรมจะต้องมีการประกาศก่อนว่าจะใช้งานอย่างไร จะเก็บค่าในรูปแบบใดเช่น interger หรือ real number

3. Compound Statements ส่วนของประโยคคำสั่งต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็นประโยคเชิงซ้อน (compound statement) กับ ประโยคนิพจน์ (expression statment) โดยประโยคเชิงซ้อนจะอยู่ภายในวงเล็บปีกกาคู่หนึ่ง { และ } โดยในหนึ่งประโยคเชิงซ้อน จะมีประโยคนิพจน์ที่แยกจากกันด้วยเครื่องหมาย semicolon (;) หลายๆ ประโยครวมกัน และ อาจมีวงเล็บปีกกาใส่ประโยคเชิงซ้อนย่อยเข้าไปอีกได้

ตัวอย่างภาษา C

โค้ดภาษาซี การคำนวณหาพื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมู

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับคอม โดย wifi กับสายตรง

การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับคอมโดย wifi กับสายตรง

  1. นายปุณยวีร์ กฤตยบันลือ  ม.5/2  เลขที่ 1
  2. นายธนวัฒน์ เนื่องสุข        ม.5/2  เลขที่ 6
  3. นายพีรวิชญ์ เจริญพงษ์     ม.5/2  เลขที่ 8
  4. นายภูมิพัฒน์ ป่านแก้ว      ม.5/2  เลขที่ 9
  5. นายภานุพงษ์ อำโพธิ์       ม.5/2  เลขที่ 14